เพียงแค่ช่วงต้นปี ๒๕๕๘ ประเทศต่างๆ ก็มีข่าวการทดลองอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำเผยแพร่ออกมาให้สาธารณชนได้รับทราบอยู่หลายข่าวเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละประเทศมีการทดลองอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำอะไรบ้างนั้น ขอเชิญผู้อ่านทุกท่านร่วมติดตามข่าวสารไปพร้อมกันเลยครับ

เกาหลีเหนือทดสอบอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำรุ่นใหม่

เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๘ สื่อของรัฐบาลเกาหลีใต้ The Korean Central News Agency (KCNA) ได้เปิดเผยภาพการทดลองการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำรุ่นใหม่ล่าสุด ของกองทัพเรือเกาหลีเหนือ (Korean People's Army Navy) จากเรือผิวน้ำรุ่นใหม่ที่เกาหลีเหนือเรียกว่า Surface Effect Ship (SES)

ภาพการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีของกองทัพเรือเกาหลีเหนือ

อาวุธปล่อยฯ นี้มีลักษณะคล้ายกับอาวุธปล่อยฯ Kh-35 หรือ 3M24 Uran หรือ SS-N-25 Switchblade ของรัสเซีย จากภาพจะเห็นว่าอาวุธปล่อยฯ ที่ติดตั้งบนเรือมีแท่นปล่อย ๒ แท่น จำนวนแท่นละ ๒ ท่อยิง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับท่อยิงอาวุธปล่อยของฮาร์พูน ซึ่งทำให้คิดไปได้ว่า แต่ละแท่นยิง อาจจะสามารถบรรจุลูกอาวุธปล่อยฯ ได้ถึง ๔ ท่อยิง ทำให้เรือสามารถบรรทุกอาวุธปล่อยฯ ได้สูงสุดถึง ๘ ลูก นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันตัวเองระยะประชิด CIWS ประเภทปืนกลขนาด 30 มม. ที่ประดิษฐ์ขึ้นเองภายในประเทศ AK-630 ติดตั้งอยู่บริเวณหัวและท้ายเรือ ร่วมกับปืนกลขนาด ๑๔.๕ มม. ควบคุมด้วยเครื่องควบคุมการยิง จำนวน ๔ กระบอก บริวเณหัวเรือ ๒ กระบอก และท้ายเรือ ๒ กระบอก

ภาพการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีของกองทัพเรือเกาหลีเหนือ

ข้อมูลของเรือในชั้นนี้ค่อนข้างที่จะหายาก และสับสน ถ้าไม่ได้ถูกปล่อยออกมาจากสำนักข่าวของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ภาพของเรือลำนี้ที่ถูกสื่อภายนอกจับภาพได้ มาจากภาพถ่ายดาวเทียมของ Google Earth บริวเณวอนซาน ซึ่งเป็นท่าเรือทางตะวันตกของเกาหลีเหนือ ในบริเวณทะเลญี่ปุ่น หรือทะเลเกาหลีตะวันออก แล้วแต่ว่าฝ่ายใดจะเรียกอย่างไร แหล่งข่าวบางแห่งบอกว่า เรือในชั้นนี้มีความยาว ๓๐ เมตร แต่บางสื่อก็บอกว่าเป็นเรือที่ขยายใหญ่ขึ้นมาจากเรือในชั้น นอนโก (Nongo) เป็น ๔๐ เมตร ซึ่งเป็นไปได้ว่า เรือในชั้นนี้อาจจะมีอยู่ ๒ ลำ ซึ่งลำหนึ่งติดอาวุธปล่อยฯ ปืนกล ๑๔.๕ มม. และ CIWS ดังภาพที่ปล่อยออกมาจากสื่อของรัฐบาล และอีกแบบหนึ่ง เป็นเรือที่ติดปืน ๗๖ มม. นอกจากนี้แล้วยังมีข่าวลือว่าเรือลำที่ ๓ กำลังต่ออยู่ที่ นันโป (Nampo) เพื่อเข้าประจำการในกองเรือตะวันตกของเกาหลีเหนือ

ภาพการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีของกองทัพเรือเกาหลีเหนือ

ภาพการยิงอาวุธปล่อยนำวิถีของกองทัพเรือเกาหลีเหนือ

สำหรับอาวุธปล่อยฯ Kh-35 ของรัสเซียนั้น เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีที่มีทั้งเวอร์ชั่น พื้น-สู่-พื้น และอากาศ-สู่-พื้น ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์กังหันก๊าซ ความเร็วต่ำกว่าเสียง ที่ความเร็ว ๐.๘ มัค พิสัยทำการ ๗๐ ไมล์มะเล หรือ ๑๓๐ กิโลเมตร จรวดชนิดนี้มีชื่อเล่นว่า Harpoonski เนื่องจากมีรูปลักษณ์ และความสามารถคล้ายๆ กับอาวุธปล่อยนำวิถีฮาร์พูนของสหรัฐฯ เป็นอย่างมาก ซึ่งคาดว่าเกาหลีเหนือก็คงจะได้รับเทคโนโลยีนี้มาพัฒนาเป็นอาวุธปล่อยฯ ของตนเองนั่นเอง

KH-35E Uran (SS-N-25 Switchblade) ในงาน IMDS 2013

กองทัพเรือสหรัฐฯ ทดสอบขีดความสามารถของอาวุธปล่อยฯ โทมาฮอร์ค ในการทำลายเป้าที่เคลื่อนที่ในทะเล

สหรัฐฯ ประสพความสำเร็จในการทดลองอาวุธปล่อยนำวิถีโทมาฮอร์ค (Tomahawk) ในการทำลายเป้าหมายที่เคลื่อนที่ในทะเล ซึ่งนั่นหมายถึงเรือผิวน้ำนั่นเอง ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกที่จรวดโทมาฮอร์ค สามารถยิงเข้าเป้าเรือผิวน้ำที่เคลื่อนที่ได้ เนื่องจากว่าโทมาฮอร์คดั้งเดิมนั้น เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีพิสัยไกล มีความแม่นยำต่อเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ เช่น อาคาร สนามบิน สถานีเรดาร์ เป็นต้น และไม่ได้ออกแบบให้ทำลายเป้าหมายที่เคลื่อนที่ได้ เนื่องจากเป็นอาวุธที่มีพิสัยไกล ตั้งแต่ ๗๐๐ – ๑,๓๕๐ ไมล์ทะเล ทำให้การล็อกเป้าหมายที่เคลื่อนที่ในระยะไกลขนาดนั้น ไม่สามารถกระทำได้ เพราะว่าเทคโนโลยีในสมัยนั้นยังไม่ทันสมัยมากพอ แม้ว่าจะมีความพยายามในการทำให้โทมาฮอร์คสามารถยิงเรือผิวน้ำได้ มากว่า ๒๐ ปี แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ จนกระทั่งมาสำเร็จในปีนี้ โดยใช้เทคโนโลยีของ Passive Radar ในการจับสัญญาณเรดาร์ของเป้าหมายและทำการติดตาม ร่วมกับการรับส่งข้อมูลของเป้าผ่านระบบ Network Centric Warfare ซึ่งทำให้โทมาฮอร์คสามารถอัพเดทเป้าหมายได้ในขณะเดินทาง รวมถึงยังติดตั้ง Active Radar เพื่อตรวจสอบเป้าหมาย ก่อนพุ่งชน และทำการส่งสัญญาณกลับไปยังยานที่ทำการยิง เพื่อยืนยันความถูกต้องอีกด้วย โดยระบบนำทางทั้งหมดนี้รวมกัน เรียกว่า “synthetically guided”

จรวดโทมาฮอร์กกำลังวิ่งชนเป้า

สำหรับการทดลองในครั้งนี้ มีขี้นเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคมที่ผ่านมา ทำการทดสอบโดยกองทัพเรือสหรัฐฯ และบริษัท Raytheon โดยการทดสอบมีขึ้นใกล้กับเกาะ ซาน นิโคลัส (San Nicolus) ในแคลิฟอเนีย โดยใช้จรวดโทมาฮอร์ค บล็อก 4 (Block IV) ทำการยิงจากเรือพิฆาต USS Kidd จรวดโคจรเข้าสู่เป้าหมายตามที่ได้ตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้า หลังจากนั้น จึงได้ใช้เครื่องบินตรวจการณ์ในการยืนยันเป้าหมาย และเครื่องบินได้ทำการส่งข้อมูลเป้าเรือผิวน้ำให้กับ Naval Air Warfare Center Weapons Division (NAWCWD) ใน ไชน่า เลค (China Lake) มลรัฐแคลิฟอร์เนีย หลังจากนั้น NAWCWD จึงทำการอัพเดทค่าเป้าในขณะที่จรวดยังโคจรอยู่ในอากาศ จนกระทั่งจรวดโคจรเข้ากระทบเป้าได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

จรวดโทมาฮอร์กกำลังวิ่งชนเป้า

นอกจากนี้ก็ยังมีการทดสอบการขอการสนับสนุนจรวดโทมาฮอร์คเข้าทำลายเป้าหมายบนฝั่ง จากกำลังนาวิกโยธิน ที่เรียกว่า "call-for-fire" โดยเป็นการทดสอบเพื่อที่จะลดเวลาในการร้องขอการสนับสนุน ตั้งแต่การขอรับการสนับสนุนจากนาวิกโยธิน ไปจนถึงจรวดกระทบเป้าหมาย ซึ่งการทดสอบในครั้งนี้ เป็นการทดสอบเพื่อให้คะแนนโดยนาวิกโยธินสหรัฐฯ ซึ่งได้กำหนดคะ