ในงาน Paris Air Show ครั้งที่ 50 เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทผู้ผลิตเรือดำน้ำรายใหญ่ของฝรั่งเศส DCNS และ MBDA บริษัทผลิตอาวุธปล่อยนำวิถี ร่วมทุนระหว่างฝรั่งเศส อิตาลี และอังกฤษ ได้เปิดเผยถึงอาวุธป้องกันภัยทางอากาศสำหรับเรือดำน้ำรุ่นต้นแบบเป็นครั้งแรก หลังจากที่เผยคอนเซ็ปต์ และภาพกราฟฟิกของอาวุธชิ้นนี้ไปในงาน Euronaval เมื่อปีที่แล้ว

ภาพกราฟฟิกแสดงถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศของเรือดำน้ำ โดย DCNS และ MBDA

อาวุธที่ว่านี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสงครามใต้น้ำ (Underwater Warfare) เพราะจะเป็นครั้งแรกที่เรือดำน้ำจะสามารถตอบโต้อากาศยานได้ด้วยอาวุธปล่อยนำวิถี เพราะตั้งแต่อดีตมา การป้องกันภัยทางอากาศของเรือดำน้ำ เรียกได้ว่า กระทำได้ แต่ต้องวัดดวงเป็นอย่างยิ่ง เพราะการป้องกันภัยทางอากาศของเรือดำน้ำก็คือ การเปิดเผยตัวเองขึ้นมาเหนือผิวน้ำ แล้วระดมยิงด้วยปืนใหญ่ ปืนกลต่อสู้อากาศยาน หรือจรวดประทับบ่า หรือ MANPADS (Man-portable air-defense systems) ซึ่งถ้าว่ากันตามตรงแล้ว สู้หลบหนีไปใต้น้ำ หรือกบดานนิ่งๆ ยังดีเสียกว่า

แต่ถึงกระนั้น การป้องกันภัยทางอากาศ ก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวดสำหรับเรือดำน้ำ เพราะในสมัยโบราณ เช่นในยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 เรือดำน้ำจำเป็นต้องลอยลำขึ้นมาบนผิวน้ำขึ้นมาสนอร์เกิล (Snorkeling) เพื่อรับอากาศไปเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ประจุไฟฟ้าลงแบตเตอรี่ ซึ่งในยุคแรกๆ ความถี่ในการลอยลำขึ้นมาเหนือผิวน้ำ มีมากถึงวันต่อวันเลยทีเดียว หรือในยุทธวิธีฝูงหมาป่า (Wolf packs) ซึ่งเป็นยุทธวิธีในการโจมตีเรือผิวน้ำของเรือดำน้ำ ที่กองเรือดำน้ำจะต้องลอยลำขึ้นมาเหนือผิวน้ำ เพื่อระดมยิงเรือผิวน้ำ ก็เป็นการเปิดเผยตัวเองต่อข้าศึก ซึ่งทั้งหมดนี้ จะทำให้เรือดำน้ำเป็นเป้านิ่งต่ออากาศยานได้โดยง่าย และในสมัยโบราณนั้น หากเครื่องบินตรวจการณ์พบเรือดำน้ำ ก็มักจะเข้ามากราดยิงด้วยปืนกล หรือทิ้งระเบิด หรือโจมตีด้วยตอร์ปิโด ทางเลือกของเรือดำน้ำในสมัยนั้นจึงมีอยู่สองทางคือ ดำหลบหนี หากเครื่องบินยังอยู่ในระยะไกล หรือยิงต่อสู้ หากเครื่องบินอยู่ใกล้มาก

เครื่องบินทิ้งตอร์ปิโดในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า อาวุธป้องกันภัยทางอากาศของเรือดำน้ำตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมีอยู่ 2 อย่างคือ ปืนใหญ่ หรือปืนกลต่อสู้อากาศยาน และจรวดประทับบ่า ปืนกลนั้นเป็นที่นิยมในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 โดยเรือดำน้ำทุกลำจะต้องติดตั้งปืนกลเหล่านี้ไว้ด้านนอกตัวเรือ ด้านหลัง หรือด้านข้างของหอบังคับการ เมื่อจะใช้ จำเป็นต้องลอยลำขึ้นมา และมีพลปืนไปประจำ ส่วนกระสุนปืนจะเก็บไว้ในช่องเก็บใกล้ๆ ปืน ที่ทนต่อแรงดันได้ เพื่อที่พลปืนจะได้หยิบใช้ได้อย่างรวดเร็ว ปืนกลที่ใช้ก็มีหลายขนาดตั้งแต่ ปืน 40 มม. , 20 มม. , .50 มม. และ .30 มม. ซึ่งปืนกลนี้นอกจากจะใช้ต่อสู้อากาศยานแล้ว เมื่อจำเป็นก็ใช้ระดมยิงเรือผิวน้ำโดยเฉพาะเรือสินค้าหรือเรือเล็กๆ อีกด้วย เพื่อประหยัดตอร์ปิโด และบางครั้งก็จำเป็นต้องใช้ปืนใหญ่ซึ่งมีขนาดตั้งแต่ 4 นิ้วถึง 6 นิ้ว ช่วยในการยิงต่อสู้กับอากาศยานด้วย ต่อมาเมื่อเรือดำน้ำสามารถดำได้นานขึ้น รวมถึงยุทธวิธีฝูงหมาป่าก็ถูกแก้เกมได้ และตอร์ปิโดก็ได้พัฒนาจนมีขีดความสามารถที่ดีกว่าปืนใหญ่เรือ หร