ช่วงนี้ จะว่าผมมีเวลาว่างมากก็ได้ เพราะป็นช่วงเวลาที่ผมออกปฏิบัติราชการทะเล และในการออกทะเลเที่ยวนี้ ก็เป็นระยะเวลานานชนิดที่เรียกได้ว่า ตั้งแต่ผ่านพ้นยุคเรือใบมา คงไม่มีเรือลำใดอีกแล้วในกองทัพเรือไทย ที่จะอยู่กลางทะเลโดยไม่เข้าเทียบท่า หรือเข้าฝั่งเลย เป็นระยะเวลานานเท่ากับที่เรือผมกำลังเผชิญอยู่นี้ ซึ่งระยะเวลาจะนานเท่าไหร่นั้น คงต้องให้คุณๆ จินตนาการกันเอาเอง เพราะมากกว่านี้เป็นความลับทางราชการ เอาไว้เสร็จสิ้นภารกิจเมื่อไหร่ ค่อยมาเฉลยก็แล้วกันนะครับ

ด้วยเหตุที่เรือมันอยู่กลางทะเลตลอดเวลา โอกาสที่จะได้ขึ้นบกก็มีน้อย หลังหมดชั่วโมงทำงานแล้ว ผมก็มักจะว่าง และมีเวลาทำอะไรเยอะแยะ เพราะไปไหนไม่ได้ ดังนั้นก็เลยต้องหาอะไรทำแก้เซ็ง แก้เบื่อ ซึ่งผมก็เตรียมอะไรมาทำหลายอย่างมาก ทั้งหนังสือ แผ่นหนัง เกม และหนึ่งในนั้นก็คือ หนังสือทำมือ ซึ่งตั้งใจมาตั้งแต่ปีมะโว้ ว่าจะต้องรวบรวมเรื่องในบล็อกให้ออกมาเป็นเล่มให้ได้

และเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ความฝันอีกอย่างหนึ่งของผมก็สำเร็จแล้ว แบบไม่คาดคิดด้วย เพราะโปรเจ็คต์หนังสือทำมือนี้ ถูกดองมานานกว่า 2 ปี แต่พอบทจะสำเร็จ มันก็รวดเร็วมาก ถ้ารู้แบบนี้ ลงมือทำมันตั้งนานแล้ว

เรื่องมันเริ่มต้นจากการที่ตัวเองได้ทำอะไรหลายๆ อย่างแล้ว ทั้งทำงาน อ่านหนังสือ ดูหนัง เล่นเกม จนเกิดอาการเบื่อ ก็เลยหยิบ draft ของหนังสือ ซึ่งทำเอาไว้ตั้งนานแล้ว ออกมาอ่านเล่น แต่ทีนี้พออ่านคนเดียวแล้วมันก็เหมือนเดิม อ่านมาแล้วตั้งไม่รู้กี่ครั้ง ก็เลยเกิดความคิดว่า ลองเอาไปให้คนอื่นที่ไม่เคยอ่านลองอ่านดู ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ในเรือนั่นเอง และผลตอบรับก็ออกมาดี ทุกคนชอบ และสามารถอ่านได้จนจบเล่ม ดังนั้นผมก็เลยมีกำลังใจที่จะทำให้เป็นรูปเล่มสมบูรณ์มากขึ้น


ฉบับ draft

คิดได้ไม่นาน ผมก็ก่อตั้งโรงพิมพ์เรือหลวงพุทธเลิศหล้านภาลัย ขึ้นมาในห้องนอนทันที โดยมีอุปกรณ์พื้นฐานในการทำครบครัน ส่วนมากก็เป็นของที่ผมใช้ทำโปสการ์ดเป็นประจำนั่นเอง

งานแรกผมเริ่มจากการพิสูจน์อักษรอีกรอบ เพราะอ่านรอบสุดท้ายก็ยังมีผิดเยอะอยู่ดี ซึ่งนอกจากจะแก้คำผิดแล้ว บางที่แก้ทั้งประโยคเลยก็มี เพราะมาอ่านทีหลังแล้วรู้สึกแปลกๆ ไม่สมเหตุสมผล หรือมีการเรียงลำดับคำต่างๆ ผิด จนอ่านแล้วงงเอง ก็ได้แก้ให้ดีขึ้น พร้อมทั้งได้เพิ่มบทความที่เขียนใหม่ๆ ในช่วง 2 ปีล่าสุดเข้าไปอีก เลยได้ความหนารวม 106 หน้า

สำหรับเอนทรี่ที่นำมาลงในหนังสือนั้น จะเป็นบทความเชิงความคิดเกือบทั้งหมดเลยนะครับ เรื่องราวที่เป็นเรื่องทหารเรือล้วนๆ จะไม่มีลงในเล่มนี้เลย เพราะคิดว่าเนื้อหาที่เขียนไป หลายๆ เรื่องยังไม่เหมาะกับการทำเป็นหนังสือครับ ผมว่าอ่านในบล็อกจะได้อรรถรสมากกว่า

พอได้ไฟล์ต้นฉบับแล้ว ก็เริ่มพิมพ์ ซึ่งกว่าจะจัดได้ลงตัวก็ลองผิดลองถูกไปหลายรอบ จนสุดท้าย ใช้วิธีพิมพ์ทีละ 16 หน้า และใช้วิธีเข้าเล่มด้วยการเย็บสันรวมกันด้วยด้าย ส่วนปกก็ใช้แบบปกหน้าหลังแยกกันและนำมาต่อกันตรงกลางด้วยกาว ซึ่งเป็นวิธีที่คิดขึ้นมาเอง เพื่อแก้ปัญหาไม่มีกระดาษยาวกว่า A4 มาทำปก ซึ่งเรื่องวิธีการทำโดยละเอียด ผมจะนำมาเขียนอธิบายอีกครั้งในเอนทรี่อื่น

เป็นอันว่า หลังจากที่ลองผิดลองถูกไป 3 เล่ม ก็ได้วิธีการทำที่ดีขึ้น และหลังจากที่ผ่านไป 10 เล่ม รวมถึงได้ขึ้นบกไปซื้อกระดาษทำปกมาใหม่ งานตอนนี้ก็ดูดีขึ้นมาก ใกล้เคียงกับหนังสือที่ออกมาจากโรงพิมพ์เลยครับ

และหนังสือล็อตแรก จำนวน 9 เล่ม ก็ได้แจกจ่ายให้กับผู้ที่ต้องการและไม่ต้องการไปเรียบร้อยแล้ว และสำหรับผู้อ่านท่านใดที่ติดตามบล็อกนี้มานาน แล้วอยากจะได้ไปเก็บไว้ให้รกชั้นหนังสือบ้าง ก็สามารถลงชื่อได้เลยนะครับ ถ้าผมมีที่อยู่แล้ว ก็จะจัดส่งไปให้เลย แต่ถ้ายังไม่เคยให้ที่อยู่ไว้ หรือเปลี่ยนที่อยู่ก็ ems มาบอกกันครับ ค่าใช้จ่ายไม่มีครับ ไม่กล้าขาย ดังนั้นขอกันเข้ามาได้ แต่รอหน่อยก็แล้วกันนะครับ เพราะกำลังการผลิตไม่มาก ทำได้วันละเล่มถึง 2 เล่มเอง

ในปกในของหนังสือ ก็จะมีข้อความจากใจเล็ก ๆ น้อยเขียนลงไปด้วย เผื่อในอนาคตจะเป็น rare item จะได้เอาไว้อวดลูกอวดหลานกันนะครับ 5555

สำหรับการทำหนังสือทำมือในครั้งนี้ ก็ได้ให้แง่คิดกับผมว่า เรื่องนี้มันยากแค่ตอนตัดสินใจที่จะทำเท่านั้นแหละ เพราะกลัวว่าจะยากแล้วทำไม่ได้ ซึ่งพอได้ลงมือทำจริงๆ แล้วก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ใครที่อยากจะทำหนังสือทำมืออย่างผมบ้าง ก็ไม่ต้องกลัวไปนะครับ แค่ลงมือเท่านั้นเอง ไม่ช้าไม่นานมันก็จะออกมาเป็นผลงานให้ภาคภูมิใจแล้วครับ